Drospirenone
Drospirenone
Drospirenone
ชนิดรับประทาน
Drospirenone เป็นโปรเจสโตเจน (progestogen) สังเคราะห์ที่มีโครงสร้างพัฒนามาจาก spironolactone จึงมีทั้งฤทธิ์ ต้านแอนโดรเจน (anti-androgenic) และฤทธิ์ ต้านมิเนอราโลคอร์ติคอยด์ (anti-mineralocorticoid) ที่คล้ายกับ spironolactone ในเวลาเดียวกัน ยาตัวนี้ไม่ใช่ตัวเลือกกระแสหลักในการบำบัดด้วยฮอร์โมนสำหรับหญิงข้ามเพศ แต่ด้วยคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์ มันอาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์เฉพาะ [1]
กลไกการออกฤทธิ์
หัวข้อที่มีชื่อว่า “กลไกการออกฤทธิ์”Drospirenone มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายประการ:
- ฤทธิ์โปรเจสโตเจน (progestogenic): จับกับตัวรับโปรเจสเตอโรน (progesterone receptor)
- ฤทธิ์ต้านแอนโดรเจน (anti-androgenic): แข่งกันจับตัวรับแอนโดรเจน (กลไกคล้ายกับ spironolactone)
- ฤทธิ์ต้านมิเนอราโลคอร์ติคอยด์ (anti-mineralocorticoid): ออกฤทธิ์ขับปัสสาวะแบบเดียวกับ spironolactone
- ไม่มีฤทธิ์เอสโตรเจนหรือกลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoid)
จุดเด่นเฉพาะตัว
หัวข้อที่มีชื่อว่า “จุดเด่นเฉพาะตัว”Drospirenone เป็น โปรเจสโตเจนตัวเดียวที่รวมฤทธิ์ต้านแอนโดรเจนและต้านมิเนอราโลคอร์ติคอยด์เข้าไว้ด้วยกัน สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทั้งผลของโปรเจสโตเจนและฤทธิ์ต้านแอนโดรเจนระดับอ่อนไปพร้อมกัน Drospirenone อาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาต้านแอนโดรเจนอีกตัวแยกต่างหาก
คำแนะนำเรื่องขนาดยา
หัวข้อที่มีชื่อว่า “คำแนะนำเรื่องขนาดยา”| แหล่งที่มา | ขนาดยา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ในยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน | 3-4 mg/day | ผสมกับ ethinylestradiol (ไม่แนะนำสำหรับ HRT) |
| ใช้เป็นตัวเดียว | 4 mg/day | Slynd (ยาเม็ดที่มี drospirenone เพียงตัวเดียว) |
| ใช้เสริมใน HRT (เชิงทดลอง) | 3-4 mg/day | ไม่มีข้อมูลการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ในบริบท HRT |
ยี่ห้อและการหาซื้อ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ยี่ห้อและการหาซื้อ”| ยี่ห้อ | สูตรตำรับ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Slynd | drospirenone 4 mg เพียงตัวเดียว | ปราศจาก EE เหมาะสำหรับ HRT |
| Yaz / Yasmin | drospirenone 3 mg + EE | มี ethinylestradiol ห้ามใช้ใน HRT |
| ยาสามัญ (Generics) | หลากหลาย | ต้องยืนยันว่าปราศจาก EE |
การตรวจติดตาม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การตรวจติดตาม”- K+ (โพแทสเซียม): Drospirenone มีฤทธิ์เก็บกักโพแทสเซียมแบบเดียวกับ spironolactone จึงต้องตรวจติดตามระดับโพแทสเซียม
- PRL: ทุก 6 เดือน
- หากใช้ร่วมกับ spironolactone ความเสี่ยงของภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (hyperkalemia) จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ